โครงการบรรพชาพุทธบุตรีเฉลิมพระเกียรติ ในวโรกาสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เจริญพระชนมายุ 80 พรรษา

1. ชื่อ โครงการบรรพชาพุทธบุตรีเฉลิมพระเกียรติ ในวโรกาสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เจริญพระชนมายุ 80 พรรษา

2. หลักการและเหตุผล

ปีพุทธศักราช 2555 นี้ เป็นปีที่สำคัญในพระพุทธศาสนา และพระบรมราชจักรีวงศ์ สมาคมสตรีจังหวัดกระบี่ โดยข้อเสนอของวุฒิอาสาธนาคารสมอง จังหวัดกระบี่ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดให้มีการบวชชีพราหมณ์ขึ้น เพื่อเป็นกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมตามแนวของพุทธศาสนา แก่เยาวสตรีจังหวัดกระบี่ เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชาตามหลักการทางพุทธศาสนา เพื่อน้อมนำให้เยาวชนสตรีรู้จักการปฏิบัติธรรมตั้งแต่เยาว์ และน้อมถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันทั้งสอง โดยตั้งชื่อเป็นพิเศษว่า “โครงการบรรพชาพุทธบุตรี” เฉลิมพระเกียรติในวโรกาส สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เจริญพระชนมายุ 80 พรรษา

ทั้งนี้ มีภาคีเครือข่าย องค์กรเอกชนร่วมเป็นเจ้าภาพ ได้แก่ สภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ และชมรมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดกระบี่ และผู้มีจิตศรัทธาอีกหลายท่าน

3. วัตถุประสงค์
     1. เพื่อน้อมนำเยาวสตรีเข้าสู่พุทธศาสนา โดยการปฏิบัติธรรม
     2. เพื่อให้เยาวสตรีใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและสังคม
     3. เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์อันก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมที่ผิดกฎหมายและศีลธรรม
     4. เพื่อตั้งเป็นเครือข่าย เยาวสตรีน้ำใจดี ขึ้นในสังคมกระบี่ สนองนโยบายของจังหวัดกระบี่ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวตามคำขวัญที่ว่า กระบี่เมืองน่าอยู่ผู้คนน่ารัก

4. กลุ่มเป้าหมาย

เชิงปริมาณ เยาวสตรี 80 คน เข้าร่วมโครงการ
เชิงคุณภาพ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ประกอบพิธีประกาศตนเป็นพุทธมามกะ เรียนรู้วิธีปฏิบัติธรรม บำเพ็ญสมาธิแบบต่างๆ และมีความรู้ทางสังคมตามที่วิทยากรวางไว้

ขั้นตอนปฏิบัติ
     - ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ สภาการศึกษาจังหวัดกระบี่รับผิดชอบ
     - กำหนด กฎ ระเบียบ แนะนำสถานที่ ที่พัก วิทยากรประจำ ฯลฯ
     - พิธีเปิด โดยประธาน ฝ่ายฆราวาส และประธานฝ่ายสงฆ์
     - การฝึกอบรม มีการบรรยายธรรมในภาคเช้าและภาคค่ำ
     - การบรรยายความรู้ทางสังคมในภาคบ่าย
     - การฝึกปฏิบัติสมาธิสลับตามช่วงเวลาที่เหมาะสม

โดยมีพระครูสถิตภูริโสภณ, นางประหยัด ศรีบุญชู, นายพญอม จันนิ่ม และ นางรัชฎาภรณ์ อริยวงศ์ เป็นวิทยากรประจำ

5. ระยะเวลาดำเนินการ

     6 ตุลาคม – 10 ตุลาคม 2555 เป็นเวลา 5 วัน 4 คืน

6. ขั้นตอนการดำเนินงาน
     - ขั้นเตรียมการ เมื่อได้รับอนุมัติจากสมาคมแล้ว ทำหนังสือเชิญชวนไปยังสถานศึกษาต่างๆในจังหวัดกระบี่ (มอบหมายสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่)
     - ประชาสัมพันธ์ทางสื่อวิทยุและโทรทัศน์ (มอบหมายสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่)
     - ติดต่อสถานที่ คือ วัดกระบี่น้อย ต.กระบี่น้อย จ.กระบี่
     - ติดต่อวิทยากรฝ่ายสงฆ์ และฝ่ายฆราวาส
     - จัดตารางการอบรม

7. สถานที่ดำเนินงาน

วัดกระบี่น้อย ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่

8. งบประมาณ
     1. ค่าอาหาร 8 มื้อ x 50 บาท x 60 คน = 24,000 บาท
     2. ค่าหนังสือธรรมะ = 1,800 บาท
     (สมาคมสตรีจังหวัดกระบี่รับผิดชอบ และขอเบิกจากกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน เท่าจำนวนที่อนุมัติ 20,000 บาทถ้วน)
     3. ค่าใช้จ่ายพิธีเปิด-ปิด เอกสารและวุฒิบัตร = 14,850 บาท
     ค่าเครื่องดื่มรับรองแขกและน้ำปานะสำหรับผู้บรรพชาตลอดงาน
     4. ค่าเสื้อแจกผู้บรรพชา และผู้ปฏิบัติงาน (70 ตัว x 90 บาท) = 6,300 บาท
     (ผู้ร่วมอนุโมทนาบริจาค รับผิดชอบ 2 รายการ รวม 21,150 บาท)
     5. ค่าน้ำและค่าไฟ = 4,000 บาท
     6. ค่าผ้าป่าวัด 3 กอง = 6,000 บาท
     7. ค่ารางวัลผู้ให้บริการ = 2,000 บาท
     (ชมรมนิสิตเก่าจุฬาฯกระบี่ รับผิดชอบ 3 รายการ รวม 12,000 บาท)
     8. ค่าตอบแทนวิทยากร = 15,000 บาท
          - พระครูสถิตภูริโสภณ (พระอาจารย์ผู้รับผิดชอบการอบรม) = 10,000 บาท
          -พระอธิการจำหมาย ธมฺมสาโร (เจ้าอาวาสวัดช่องแบก) = 2,000 บาท
          -พระอธิการมหาสมพล ธมฺมวิตกฺโก (เจ้าอาวาสวัดปานุราช) = 2,000 บาท
          -พระครูพิจิตรศุภการ (เลขานุการเจ้าคณะจังหวัด) = 500 บาท
          -อาจารย์เรือง (อาจารย์กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์) = 500 บาท
          -(สภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ รับผิดชอบรายการนี้ รวม 15,000 บาท)

รวมทั้งสิ้น 73,950 บาท (เจ็ดหมื่นสามพันเก้าร้อยห้าสิบบาทถ้วน)
(ขอส่งเอกสารตามรายการที่ขอเบิก 20,000 บาทถ้วน)

9. ผลประโยชน์ที่ชุมชนได้รับ

เยาวสตรีที่ผ่านการอบรมจะเป็นผู้มีความรู้ คุ้มครองตนให้เป็นคนดี หลักหนีความชั่ว และเป็นตัวอย่างให้แก่เพื่อนๆในโรงเรียน ละสร้างเครือข่ายพุทธสตรีขึ้นในโรงเรียนของตนและจะช่วยเป็นพี่เลี้ยง ให้แก่ เยาวสตรีรุ่นต่อๆไป

10. การติดตามและประเมินผล

โดยการสังเกต ผู้แทนชมรมนิสิตเก่าจุฬาฯ กระบี่ ยืนยันว่าพฤติกรรมของผู้บรรพชาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยการทดสอบ ผู้บรรพชาผ่านการทดสอบภาคปฏิบัติทุกๆคน โดยการสอบถามไปยังโรงเรียนต้นสังกัด เพื่อให้นักเรียนนำประสบการณ์ ไปเผยแพร่ต่อไป