ประวัติการจัดตั้ัง


แนวคิดพื้นฐาน
การพัฒนาจังหวัดกระบี่ ให้เป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเล เชิงอนุรักษ์และสุขภาพ ฝั่งอันดามัน รวมถึงแหล่งเกษตรอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนบนพื้นฐานของคุณภาพชีวิต และการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีจำเป็นต้องมีองค์กรชุมชนหรือคณะบุคคลเพื่อช่วยทำหน้าที่ให้คำปรึกษา และรับฟังความเดือดร้อนของประชาชนที่เป็นผลกระทบกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดกระบี่ ทั้งนี้ สืบเนื่องจากผลการศึกษาทุกระดับ ต่างคนต่างทำ ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ และไม่สอดคล้องกัน ผลผลิตบุคลากรไม่สามารถสนองตอบ และไม่ตรงกับความต้องการของภาครัฐ และเอกชนในจังหวัดกระบี่ และยังไม่มีศูนย์กลางในการกำหนดการพัฒนาการศึกษา ซึ่งประกอบด้วยทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ

การบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี เพื่อให้ “เมืองกระบี่ เป็นเมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก” และเป็นกระบี่เมืองคุณภาพในปี ๒๐๒๖ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการพัฒนาเมืองกระบี่ ให้ดำเนินไปอย่างเป็นเอกภาพ และมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลตามเจตนารมณ์ ที่สามารถตอบสนองต่อปัญหาด้านการศึกษา ทั้งของภาครัฐ และสังคมในภาพรวมของจังหวัด

การขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาจังหวัดกระบี่ ในช่วงปี พ.ศ.๒๕๕๓ – ๒๕๕๖ เป็นการขับเคลื่อนภายใต้โครงการจัดทำแผนชุมชนเชิงคุณภาพ เพื่อขยายผลการเรียนรู้สู่การปฏิบัติตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง มีจุดมุ่งหมายที่เน้นกระบวนการเรียนรู้ ในการพัฒนากระบวนการทางการศึกษา ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพและศักยภาพ ในเชิงบูรณาการจะส่งผลทำให้เกิดการปรับตัว และการดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ในการก้าวไปสู่มาตรฐานคุณภาพสากล อีกทั้งการศึกษายังไม่มีการหลอมรวม และกำหนดผู้รับผิดชอบในองค์รวม ในขณะที่ต่างฝ่ายต่างทำไป สภาการศึกษาจึงต้องจัดตั้งขึ้น เพื่อให้มีศูนย์กลางการ บูรณาการการศึกษาที่เป็นของรัฐ และเอกชน รวมทั้งการศึกษาทุกระดับทั้งการศึกษาในและนอก
ระบบของจังหวัดกระบี่ให้เป็นเอกภาพ และสอดคล้องในการพัฒนาคนสู่การบริหารแบบธรรมาภิบาลขึ้น

ดังนั้น หน้าที่ของสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ตลอดจนหน่วยงานต่าง ที่เกี่ยวข้อง ควรให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนปรับปรุง และพัฒนาวิธีการบริหารจัดการศึกษาให้มีมาตรฐาน และมีความสามารถในการประกอบอาชีพอย่างมีคุณภาพ การจัดทำแผนชุมชนระดับหมู่บ้าน และระดับตำบลในเชิงคุณภาพที่สะท้อนวิถีชีวิตชุมชน และการพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยสร้างและพัฒนาศักยภาพของชุมชนจากพื้นฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างและพัฒนาแกนนำในชุมชนทุกระดับ พัฒนาศูนย์การเรียนรู้เพื่อขยายผลจากชุมชนสู่ชุมชน โดยมีการจัดการความรู้ทั้งด้านปัญหา ความต้องการให้เกิดการบูรณาการในองค์รวมของพื้นที่ และสามารถสื่อสารสาธารณะเพื่อขยายผลในวงกว้าง

การสร้างความเชื่อมโยงการพัฒนาที่ยึดชุมชนพื้นที่ในการพัฒนาคนเป็นหลัก หรือในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการพัฒนาคนในพื้นที่ระดับอำเภอ จังหวัด โดยยึดหลักการบริหารจัดการที่ดี ในการขับเคลื่อนกระบวนการ และจัดทำแผนชุมชนของภาคประชาชน ให้มีส่วนร่วมให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมีประสิทธิผลสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีแนวทางที่สำคัญคือ

๑. พัฒนาระบบศูนย์บริหารของภาคประชาชนให้ยึดหลักการบริหารจัดการที่ดี มีความพร้อม  มีความเข้าใจ มีความรู้คู่คุณธรรม และยอมรับการเปลี่ยนผ่านการทำงานในรูปแบบเดิม ไปสู่วัฒนธรรมการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูง และมุ่งผลสัมฤทธิ์ที่เอื้อต่อการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และเชิงระบบ

๒. สร้างแกนนำเครือข่าย จัดทำแผนชีวิตชุมชนพึ่งตนเองในจังหวัด ให้มีความพร้อม และสมัครใจทุกระดับ ให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้นำ การเปลี่ยนแปลงที่มีคุณภาพและมีขีดความสามารถที่สูงขึ้น เหมาะสมกับการขับเคลื่อนของภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และขบวนองค์กรชุมชนอย่างเป็นเอกภาพ

๓. ขยายพื้นที่ศูนย์เรียนรู้เชิงปฏิบัติการที่เป็นนวัตกรรมชุมชน เพื่อให้เป็นแบบอย่างในการขยายผล ที่หลากหลายมีอัตลักษณ์เป็นของตนเอง สอดคล้องเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และมีการหนุนเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ใหม่ๆ

  ๔. สนับสนุนการจัดการความรู้ การจัดทำฐานข้อมูลเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะในลักษณะของการให้ เพื่อขยายผลการเรียนรู้สู่ชุมชนอื่น โดยใช้ช่องทางผ่านสื่อประเภทต่างๆ ที่หลากหลายและเข้าถึงได้ง่าย

๕. พัฒนา และสนับสนุน การจัดทำแผนชุมชนเชิงคุณภาพ ยกระดับเป็นแผนยุทธศาสตร์ ภาคประชาชนที่พอเหมาะ พอดี สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง และเชื่อมประสานแผนกับภาคีพัฒนาทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ และเอกชน  ผลักดันให้แผนชุมชนเป็นเครื่องมือที่สำคัญ และเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จเป็นที่ยอมรับ ของทุกฝ่ายนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการพัฒนาในทุกด้านของชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

๖. พัฒนากระบวนการทางการศึกษา ทั้งใน และนอกทุกระบบให้เป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพ สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ประพฤติปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นพลเมืองดี เป็นคนดีมีคุณธรรม และ คนเก่งของชาติ ให้เกิดความร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง ทัดเทียบกับนานาอารยประเทศ และให้เป็นพันธกิจของสถาบันการศึกษาทุกระดับตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่หันมาระดมสรรพกำลังในการปรับปรุง และพัฒนาวิธีการบริหารจัดการการศึกษาให้มีคุณภาพ และมีคุณธรรม

กระบวนทัศน์และตัวชี้วัดความสำเร็จของการดำเนินการ ดังนี้
๑. สร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง ให้มีศูนย์ประสานงาน อันได้แก่ สภาการศึกษาที่เป็นศูนย์กลาง ในการพัฒนาการศึกษา สังคม มีจุดเรียนรู้ และมีสื่ออุปกรณ์ มีการเรียนรู้ มีวิทยาการ และกระบวนการทำงานที่ชัดเจน ทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ ชุมชน หมู่บ้าน และตำบล

๒. คณะทำงานในองค์กร ชุมชนมีทักษะเรียนรู้กระบวนการทำงานแบบ บูรณาการ สามารถเชื่อมโยงการทำงานกับทุกภาคส่วน  และภาคีพัฒนาทั้งภาครัฐ องค์กรและเอกชน ในลักษณะที่ร่วมเป็นหุ้นส่วนการพัฒนา มีศักยภาพในการขับเคลื่อน มีกระบวนทัศน์  และสามารถกำหนดแผนพัฒนาองค์กรที่สอดคล้องกับการพัฒนาเมืองกระบี่ นำสู่การยกระดับโครงสร้างของนโยบายจังหวัด ที่สามารถ จัดการตนเองได้ พึ่งตนเองได้อย่างพอเพียง ตามยุทธศาสตร์ฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น โดยยึดหลักความสมดุล ที่ส่งผลให้ชุมชนเข้มแข็งภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำเอาผลจากการทำแผน และนโยบายของสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ไปพัฒนาเกี่ยวกับความรักสามัคคี บ้านเมืองสะอาด สวยงาม เป็นระบบระเบียบ และสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันอย่างสมานฉันท์ในทุกๆ ด้าน (Green and Happiness Society) เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนจังหวัดกระบี่ก้าวสู่มาตรฐานคุณภาพและให้เป็นเมืองคุณภาพ (Krabi Quality City) ในปี ๒๐๒๖

ยุทธศาสตร์สภาการศึกษาจังหวัดกระบี่
สภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ นำเสนอยุทธศาสตร์มาตรการการพัฒนาคน ชุมชนของจังหวัดกระบี่ และมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบการขับเคลื่อนจังหวัดกระบี่ให้เป็นเมืองคุณภาพ โดยมีการกำหนดยุทธศาสตร์ ๖ ด้านดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ : พัฒนาระบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน (demand-driven) ทั้งในปัจจุบันและอนาคตให้เห็นเป้าหมาย อย่างเด่นชัดเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning)        

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ : พัฒนาคุณภาพระดับกลุ่มเป้าหมาย ทางด้านการผลิตอาหารจากภาคการเกษตร กลุ่มผู้แปรรูปจากภาคอุตสาหกรรม และกลุ่มผู้ประกอบการจากภาคบริการ โดยเฉพาะร้านอาหาร การบริการ และธุรกิจการท่องเที่ยว

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ :เร่งผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาให้มีปริมาณ และคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของภาครัฐและเอกชน โดยการฝึกอบรมระยะสั้นด้านวิชาชีพ เทคนิคและวิธีการ เพื่อยกระดับความสามารถด้านกำลังแรงงานให้มีมาตรฐาน        

ยุทธศาสตร์ที่ ๔
: เสริมสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการผลิตและการบริการ ที่เชื่อมโยงกับการพัฒนากำลังคน       

ยุทธศาสตร์ที่ ๕ : สร้างเสริม และให้แนวทางในการสร้างความเข้มแข็ง การพัฒนาครู คณาจารย์ และผู้บริหารสถาบันการศึกษาทุกระบบอย่างต่อเนื่อง        

ยุทธศาสตร์ที่๖: พัฒนาระบบการบริหารจัดการสภาการศึกษา ให้มีประสิทธิภาพ ให้เป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อน

แนวทางการพัฒนาจังหวัดกระบี่มีความคาดหวังต่อการจัดตั้งสภาการศึกษา ดังนี้

๑. เป็นการสร้างองค์กรในระดับจังหวัดให้เกิดการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ เชิงปฏิบัติการ แผนพัฒนาจังหวัดกระบี่ในพื้นที่เดิม ให้มีรายละเอียดเพิ่มขึ้นอย่าง มีคุณภาพในพื้นที่ใหม่ มีการขยายผลเป็นศูนย์การเรียนรู้เพิ่มขึ้น เป็นพื้นที่การเรียนรู้ ที่มีชีวิต  มีคุณค่า มีอัตลักษณ์เป็นของตนเองที่เหมาะสมกับบริบทวิถีชีวิตของตน ในทุกระดับชั้นเรียน ทั้งใน และนอกระบบการศึกษา

๒. มีผู้นำองค์กรต่อการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณภาพ ศักยภาพ ขีดความสามารถที่สูงขึ้น และเพิ่มมากขึ้นในทุกพื้นที่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของระบบโครงสร้างทั้งของขบวนองค์กรชุมชน และภาครัฐตามแนวนโยบายของสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่

๓. ส่งเสริมบทบาทของสภาการศึกษา ให้มีองค์ความรู้ และนวตกรรมรูปแบบใหม่ๆ เผยแพร่สู่สาธารณะผ่านช่องทางสื่อที่หลากหลายอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง  มีเอกลักษณ์มีสิทธิบัตรคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาขององค์กรชุมชน

๔. แผนพัฒนาสภาการศึกษาให้มีคุณภาพสูงขึ้นเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน และนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งนำกระบวนการเรียนรู้การจัดทำแผนชุมชนไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของจังหวัดกระบี่

๕. การดำเนินงานของสภาการศึกษา เป็นองค์กรภาคประชาชน ให้มีการบริหารจัดการที่ดี และมีประสิทธิภาพสูง ที่เอื้ออำนวยต่อการทำงานเชิงรุก และเอื้อต่อการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ ใช้การมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง โดยการเสริมสร้างความยั่งยืนต่อภาคการผลิต และบริการที่เชื่อมโยงกับการพัฒนากำลังคน และพัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาในจังหวัดกระบี่ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สาระสำคัญของสภาการศึกษา
คณะที่ปรึกษาด้านนโยบายการพัฒนาจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นองค์กรคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และเพื่อช่วยทำหน้าที่ให้คำปรึกษาตลอดจนรับฟังความเดือดร้อนของประชาชนที่เป็นผลกระทบกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดกระบี่ โดยมุ่งหวังให้การทำหน้าที่ดังกล่าว นำไปปฏิบัติสู่เสถียรภาพและเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนจังหวัดกระบี่ ให้เป็นเมืองคุณภาพ (Krabi Quality City ) คณะที่ปรึกษาฯ จึงมีแนวคิดในการพัฒนาคนให้ครอบคลุมใน ๔ มิติ คือ

มิติที่ ๑ มิติด้านประสิทธิผลตามแผนพัฒนาจังหวัดกระบี่ มุ่งเน้นให้เกิดผลสำเร็จตามนโยบายของจังหวัด และมุ่งเน้นให้มีการดำเนินงานที่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงในการพัฒนาจังหวัดมากที่สุด

มิติที่ ๒ มิติด้านคุณภาพการให้บริการ มุ่งเน้นการดำเนินงาน เพื่อให้ผู้ใช้ บริการเกิดความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน โดยการส่งเสริมการให้บริการที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานด้านบริการ ทั้งของร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ที่พักมีคุณภาพให้ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น และมีภาพลักษณ์ทั้งด้านความสะอาด ความสวยงาม รวมถึงความเป็นระเบียบ และมีมาตรการป้องกันความปลอดภัยในด้านการให้คุณภาพ และการบริการให้ครบทั้งระบบ

มิติที่ ๓ มิติด้านประสิทธิภาพการสนับสนุนและการส่งเสริมกลุ่มการผลิตอาหารจากภาคการเกษตร กลุ่มผู้แปรรูปจากภาคอุตสาหกรรม มุ่งเน้นให้เกิดคุณภาพและการพัฒนามาตรฐานคุณภาพการให้บริการประชาชน โดยให้ความสำคัญต่อคุณภาพของผลิตผล และผลิตภัณฑ์ คุณภาพด้านองค์การอาหารและยา(อย.) การบรรจุผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม และได้มาตรฐานสากล และมีคุณภาพ

มิติที่ ๔ มิติด้านการพัฒนาการศึกษาทุกระบบ มุ่งเน้นการเสริมสร้าง และสนับสนุนขีดความสามารถของภาคประชาชน ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง โดยการเตรียมความพร้อมบุคลากรทุกระดับทางด้านการศึกษา มีการจัดการความรู้เพื่อสนับสนุน การบริการจัดการระบบข้อมูลสารสนเทศ สนับสนุนการบูรณาการหลักสูตรให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด และความต้องการของท้องถิ่น ส่งเสริมการเปิดหลักสูตรระยะสั้นเกี่ยวกับการผลิตอาหาร-ขนม การให้บริการการนวดที่มีคุณภาพ การสอนภาษาไทยและต่างประเทศ อย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล

การพัฒนาเมืองกระบี่ให้เป็นกระบี่เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก และเป็นเมืองคุณภาพ โดยวิธีการบริหารงานเชิงยุทธศาสตร์ การปรับทัศนคติบุคคล ให้เห็นความสำคัญต่อการจัดการความรู้ ระบบการเรียนรู้และการพัฒนาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและสร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงคน และการพัฒนาศักยภาพ องค์กรพัฒนางาน รวมถึงการพัฒนาท้องถิ่นให้พัฒนาและครอบคลุมอย่างสมบูรณ์ในทุกมิติ