This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

จากศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัยโควิด-19 ภาคประชาชนกระบี่ เป็น ศูนย์ประสานงานแก้จน ภาคประชาชนกระบี่


จากศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัยการระบาดของโควิด-19 ภาคประชาชนจังหวัดกระบี่ เป็น ศูนย์ประสานงานแก้จน ภาคประชาชนจังหวัดกระบี่

วันที่ 12 มิถุนายน 2563 ณ สำนักงานมูลนิธินายศรีผ่อง-นางกี่ ภูเก้าล้วน อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย นายชวน ภูเก้าล้วน ประธานมูลนิธิ นายศรีผ่อง-นางกี่ ภูเก้าล้วน และผู้ที่้กี่ยวข้อง ร่วมประชุม/หารือ เรื่องจะเปลี่ยนจากศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัยจากการระบาดของโควิด-19 ภาคประชาชนจังหวัดกระบี่ เป็น ศูนย์ประสานงานแก้จน ภาคประชาชนจังหวัดกระบี่ โดยใช้ข้อมูล จปฐ. จังหวัดกระบี่ ประจำปี 2562 เป็นเกณฑ์ ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 358 ครัวเรือน ในจำนวนนี้มีผู้รายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ เบื้องต้น 212 ครัวเรือน ทั้งนี้จะมีการออกสำรวจ สนับสนุนช่วยเหลือครัวเรือนที่มีความจำเป็นขั้นพื้นฐาน หรือ จปฐ. ที่ตกเกณฑ์ เพื่อหาแนวทาง มาตรการช่วยเหลือในการสงเคราะห์ปัจจัยในการดำรงชีพ ปัจจัยการผลิต การส่งเสริมอาชีพภายหลัง ต่อไป  โดยใช้ข้อมูล จปฐ. จังหวัดกระบี่ ประจำปี 2562 เป็นเกณฑ์ ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 358 ครัวเรือน ในจำนวนนี้มีผู้รายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ เบื้องต้น 212 ครัวเรือน ทั้งนี้จะมีการออกสำรวจ สนับสนุนช่วยเหลือครัวเรือนที่มีความจำเป็นขั้นพื้นฐาน หรือ จปฐ. ที่ตกเกณฑ์ เพื่อหาแนวทาง มาตรการช่วยเหลือในการสงเคราะห์ปัจจัยในการดำรงชีพ ปัจจัยการผลิต การส่งเสริมอาชีพภายหลัง ต่อไป



กระบี่บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นร่วมกันกับ6จังหวัดเพื่อสร้างฐานการผลิตแพะคุณภาพเพื่อการส่งออก


จังหวัดกระบี่บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นร่วมกันกับ6จังหวัดเพื่อสร้างฐานการผลิตแพะคุณภาพเพื่อการส่งออก

เมื่อบ่ายวันที่ 10มิถุนายนนี้ที่มหา'ลัยแพะนานาชาติกระบี่ หรือ International Goat Academy Krabi ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณศรีผ่องฟาร์ม บ้านน้ำจาน อำเภอเมือง กระบี่จังหวัดกระบี่ นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการภาคีเครือข่ายการพัฒนาการผลิตแพะเพื่อการส่งออกโดยมีนายชวน ภูเก้าล้วน นายกสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ ในฐานะประธานเครือข่ายกระบี่เมืองแพะ พร้อมด้วยปศุสัตว์เขต 8 สุราษฎร์ธานี ปศุสัตว์จังหวัดหรือผู้แทนรวมทั้งผู้แทนพรรคก้าวไกลจังหวัดกระบี่และตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง สุราษฎร์ธานีและจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าร่วมประชุม เพื่อแสวงหาความร่วมมือขับเคลื่อนการพัฒนาของภาคีเครือข่ายแพะอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายให้มีการส่งออกภายใน2 ปี และจังหวัดภาคีเครือข่าย ต้องจัดทำยุทธศาสตร์ ในการเพิ่มแม่พันธุ์แพะของเกษตรกรที่มีศักยภาพหรือความพร้อมในการลงทุนรายละ 50แม่ หรือแต่ละจังหวัดให้มีผลผลิตแพะสำรอง รวม 2,000 ตัว พร้อมการส่งมอบคู่ค้า


ทั้งนี้ที่ประชุมรับทราบข้อมูลความเป็นไปได้ของด้านการตลาดต่างประเทศว่าทางสถานเอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ ประจำประเทศไทยจะต้องส่งผู้แทนรับมอบอำนาจมาร่วมประชุมที่ จังหวัดกระบี่ เร็วๆนี้อีกครั้งหนึ่ง โดยต้องการแพะเป็น ไม่จำกัดว่าจะเป็นเพศผู้หรือเพศเมียมีขนาดน้ำหนักตัวละ30-35 กิโลกรัม ไม่กำหนดอายุ เดือนละ 10,000-15,000ตัวและการขนส่งจะนำเครื่องบินมารับผลผลิตแพะที่ตกลงรับซื้อที่ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ส่วนตลาดต่างประเทศรองลงไปคือประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ส่วนนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ จะส่งตัวแทนมาร่วมประชุมหารือเรื่องการผลิตแพะกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ในจังหวัดกระบี่เหมือนกัน


นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีการนำเสนอแนวความคิด หรือช่องทางและโอกาสด้านการตลาดแพะทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการสร้างฟาร์มแพะพันธสัญญาหรือ CONTRACT FARMINGที่ผู้ลงทุน อาจจะมีทั้งกลุ่มเกษตรกร นักธุรกิจ ทั้งชาวไทยหรือชาวต่างประเทศ คือเป็นสร้างมาตรฐานการส่งออกให้สอดคล้องด้วยการบริหารจัดการฟาร์มที่มีระบบ การป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม หรือ GFM และมาตรฐานตามระบบจัดการคุณภาพหรือGAP รวมไปถึงการพิจารณาจัดตั้งคอก กลาง ระดับจังหวัดตลอดจนการจัดตั้งตลาดท้องถิ่น ในช่วงปรับตัวก่อนเข้าสู่ระบบการส่งออกเต็มที่โดยการแปรรูปผลิต ภัณฑ์เนื้อแพะเป็นอาหารสำเร็จรูป หรือ SNACKต่างๆเพื่อสนับ สนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงาและจังหวัดกระบี่ และให้ศรีผ่องฟาร์มเป็นสำนักงานกลางในการขับเคลื่อนการพัฒนาของภาคีเครือข่าย และเป็นศูนย์กักกันแพะ มาตรฐานฟาร์มเพื่อการส่งออกด้วย โดยมี นักวิชาการจากคณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยวิทยาเขตนครศรีธรรม ราชและผู้ทรงคุณวุฒิจัดฝึกอบรมเกษตรกรตามหลักสูตรที่เหมาะสม

พร้อมกันนี้ที่ประชุมเสนอนายชวน ภูเก้าล้วนเป็นประธานคณะกรรมการภาคีเครือข่ายการพัฒนาการผลิตแพะเพื่อการส่งออก ปศุสัตว์เขตและปศุสัตว์ในพื้นที่ 6จังหวัดเป็นกรรมการหรือแต่ละจังหวัดยังสามารถเสนอกลุ่มองค์กรภาคเอกชนหรือสหกรณ์วิสาหกิจผู้เลี้ยงแพะอื่นๆที่เกี่ยว เข้ามาร่วมเป็นกรรมการและปศุสัตว์จังหวัดกระบี่ เป็นกรรมการและเลขานุการตลอดจนในอนาคต อาจจะพิจารณาเพิ่มจังหวัดระนองและจังหวัดชุมพรเข้ามาในโครงการระยะต่อไป

สภาฯ ประชุมและหารือการดำเนินงานแก้ไขโครงการปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการภาคประชาชน


เมื่อเช้าวันที่ 1 มิถุนายนนี้เวลาประมาณ10.00น. นายชวน ภูเก้าล้วน นายกสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ ประธานคณะทำงานคลังสมองจังหวัดและประธานศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัยจากการระบาดของโควิด19ภาคประชาชนจังหวัด มูลนิธินายศรีผ่องนางกี่ภูเก้าล้วนเลขที่42ถนนวัชระ ตำบลกระบี่ใหญ่อำเภอเมืองกระบี่จังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุมและหารือการดำเนินงานแก้ไขโครงการปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการภาคประชาชนจังหวัดกระบี่ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน พร้อมด้วย นางประหยัด ศรีบุญชู เลขาธิการสภาการศึกษาจังหวัด นายชัยเลิศ ภิญโญรัตนโชติ นายศรีสุวรรณ ค้าของ และ พลตำรวจโทไพทูรย์ พัฒนโสภณ ปศุสัตว์จังหวัดกระบี่และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่


การประชุมในครั้งนี้เพื่อหารือ เกี่ยวกับโครงการวางเรือปลดประจำการกองทัพเรือในน่านน้ำจังหวัดกระบี่นอกเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเล,โครงการแพะเพื่อชีวิตเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน ,โครงการฟื้นฟูและยกระดับรายได้ชาวประมงพื้นบ้านกระบี่ และโครงการพัฒนาบ้านพัฒนาเมืองสำหรับจังหวัดกระบี่หลังวิกฤต COVID19 ให้สอดคล้องกับมาตรการการช่วยเหลือของรัฐบาล โดยกระทรวงทบวงกรมต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดำเนินการอยู่ในปัจจุบันนี้ สำหรับในวันที่2 มิถุนายนนี้ นายชวน ภูเก้าล้วน และผู้รับผิดชอบโครงการทั้งหมด มีกำหนดการร่วมประชุม กับ พ.ต.ท. หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตรผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่และคณะ ที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ เพื่อเสนอโครงการต่อคณะกรรมการพิจารณาในส่วนกลางให้ทราบอย่างเร่งด่วนต่อไป


ทั้งนี้แผนงานโครงการทั้งหมด อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ในการเสนอโครงการเบื้องต้น หรือBRIEF PROJECTสำหรับโครงการภายใต้แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประ สงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมตามบัญชีท้าย พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจาสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 พ.ศ. 2563

ศูนย์ประสานงานฯ แจกแพะ Pasteurized บรรจุขวด จากโรงผลิตศรีผ่องฟาร์มบ้านน้ำจาน วันละ 300 ขวด


ที่ศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัยจากการระบาดของโควิด19ภาคประชาชนจังหวัดกระบี่มูลนิธิ นายศรีผ่อง-นางกี่ ภูเก้าล้วน เลขที่42 ถนนวัชระ ตำบลกระบี่ใหญ่ อำเภอเมืองกระบี่จังหวัดกระบี่ นายชวน ภูเก้าล้วน ผู้อำนวยการศูนย์ พร้อมด้วยคณะและเจ้าหน้าที่ ร่วมกันลำเลียง ตู้ทำความเย็นจำนวน 2หลังมาติดตั้งที่หน้าศูนย์ พร้อมกับสนับสนุนนมแพะ Pasteurized บรรจุขวด จากโรงผลิตศรีผ่องฟาร์มบ้านน้ำจาน วันละ 300 ขวด และเปิดโอกาส ให้ประชาชน ทุกเพศทุกวัย รับไป ดื่มกิน คนละ 2 ขวด


ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา สภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ และคณะทำงานคลังสมองจังหวัดกระบี่ ได้สนับสนุนส่งเสริมโครงการกระบี่เมืองแพะเพื่อเด็กกระบี่พันธุ์ดี และพิจารณาเห็นว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2019นี้ ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย สมควรได้รับ สารอาหารโปรตีน เพิ่มมากขึ้น เพราะในน้ำนมแพะ มีสารอาหารใกล้เคียงกับนมมารดามากที่สุด ในขณะเดียวกันยังเป็นการส่งเสริมสนับสนุนสหกรณ์ผู้เลี้ยงแพะและปศุสัตว์ จังหวัดกระบี่ และเกษตรกร ทั่วไป มีโอกาส จำหน่ายนมแพะ เพื่อนำไป ขยายผลสร้าง ผลิตภัณฑ์นมแพะ ที่มีความหลากหลาย สู่กลุ่มผู้บริโภค ต่อไป


นอกจากนี้ ศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัยจากการระบาดของโควิด19ภาคประชาชนจังหวัดกระบี่ มูลนิธิ นายศรีผ่อง-นางกี่ ภูเก้าล้วน ยังนำเสื้อผ้า เด็กและผู้ใหญ่ มือสอง (Second Hand) ที่ผ่านการซักรีด ของแผนกแม่บ้าน โรงแรมกระบี่รีสอร์ท มาเป็นอย่างดี มาแจกจ่าย ให้ประชาชน คนละ 2 ชุด

ในขณะเดียวกันเก็บรวบรวมหนังสือประเภทต่างๆ ทั้งหนังสือวิชาการ แบบเรียน ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา หนังสืออ่านเล่น และนิตยสาร ที่มีผู้มีจิตศรัทธา สนับสนุน บริจาค หรือนำมามอบให้ เป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงเปิดโอกาส ให้ประชาชนชาวจังหวัดกระบี่ และใกล้เคียง มาใช้บริการ อ่าน ในห้องสมุด ที่จัดตั้งขึ้น และที่สำคัญ ยังได้คัดเลือก หนังสือ จำนวนหนึ่ง มอบให้กับประชาชน เด็กและเยาวชน ได้นำกลับไปอ่านที่บ้าน คนละ 2 เล่ม และเมื่อนำมาคืนแล้วยังสามารถ นำมาแลกเปลี่ยนเล่มใหม่ นำไปอ่านได้ อย่างต่อเนื่องด้วย

ศูนย์แก้จนภาคประชาชนจังหวัดกระบี่ให้เช่าที่นาไร่ละบาทเพื่อเกษตรกรรม


ศูนย์แก้จนภาคประชาชนจังหวัดกระบี่ให้เช่าที่นาไร่ละบาทเพื่อเกษตรกรรมแก้จนคนกระบี่

นายชวน ภูเก้าล้วน ประธานคณะทำงานคลังสมองจังหวัดกระบี่ นายกสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ ประธานคณะกรรมการพัฒนาโรงพยาบาลกระบี่และประธานมูลนิธินายศรีผ่อง-นางกี่ ภูเก้าล้วน เป็นประธานการประชุม เพื่อจัดตั้งศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือ ส่งเสริมอาชีพ ผู้ยากไร้ให้หลุดพ้นความยากจน ภาคประชาชนจังหวัดกระบี่ หรือศูนย์แก้จนภาคประชาชนจังหวัดกระบี่ และจะรายงานให้ พ.ต.ท.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกระบี่ ทราบ เพื่อพิจารณาเห็นชอบและอนุมัติให้ดำเนินการต่อไป และกิจกรรมแรกที่สำคัญคือ โครงการให้เช่าที่นาไร่ละบาทเพื่อเกษตรกรรมแก้จนคนกระบี่ หรือครอบครัวที่เข้าหลักเกณฑ์จำนวน 2ไร่ โดย นายชวน ภูเก้าล้วน และนายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ เสนอ ให้ใช้ ที่นาร้าง ประมาณ 400 ไร่ในท้องที่หาดยาว ตำบลตลิ่งชัน อำเภอเหนือคลอง และ ที่ดินในเขต เทศบาลเมืองกระบี่อีกประมาณ 18 ไร่


สำหรับศูนย์แก้จนภาคประชาชนจังหวัดกระบี่ที่กำหนดจัดตั้งขึ้นนี้มีเป้าหมายและวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อช่วยเหลือภาคราชการและบูรณาการทำงานกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาความยากจนของครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ความจำเป็นขั้นพื้นฐานหรือ จปฐ. ให้มีรายได้สูงขึ้นพ้นเกณฑ์และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ ที่ประชุมร่วมกันระดมความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง เนื่องจากทาง คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ในศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัยจากการระบาดของ โควิด-19 ภาคประชาชนจังหวัดกระบี่ มีกำหนดการจะปิดศูนย์ แห่งนี้ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2563 และจะยกระดับการจัดตั้งให้เป็นศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือ ส่งเสริมอาชีพ ผู้ยากไร้ให้หลุดพ้นความยากจน ภาคประชาชนจังหวัดกระบี่ หรือศูนย์แก้จนภาคประชาชนจังหวัดกระบี่แทน โดยมีนายชวน ภูเก้าล้วน เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการ นายอนุชา ยาอีด พัฒนาการจังหวัดกระบี่ รศ.ดร.สมบัติ ชิณะวงศ์ นายอำมาตย์ คุณสวัสดิ์ ดร.ชวนชัย อรุณโรจน์ เป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการและนายอุทัย ชนะบางแก้วอดีตพัฒนากรอำเภอ เป็นผู้อำนวยการศูนย์


นอกจากนี้ มีคณะผู้ประสานงานโครงการระดับอำเภอ ทั้ง 8 อำเภอคือ อำเภอเมืองกระบี่ เกาะลันตา อ่าวลึก เขาพนม เหนือคลอง ลำทับ คลองท่อมและอำเภอปลายพระยา ที่มีหน้าที่หลักในการจัดทำประวัติและสำรวจความต้องการของครัวเรือนเป้าหมายตามแบบที่กำหนดประสานงานกับครัวเรือนเป้าหมายอย่างใกล้ชิดในการดำเนินงานตามโครงการโดยมีพัฒนาการอำเภอเป็นที่ปรึกษารวมทั้งเป็นพี่เลี้ยงคอยช่วยเหลือให้คำแนะนำแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆในการประกอบอาชีพของครัวเรือนเป้าหมายหากมีปัญหาอุปสรรคที่ไม่สามารถแก้ไขได้ให้รายงานฝ่ายอำนวยการทราบเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดต่อไป

สภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ประชุมเตรียมความพร้อมความมั่นคงทางด้านอาหาร FOOD SECURITY


นายชวน ภูเก้าล้วน นายกสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ ประธานคณะทำงานคลังสมองจังหวัดกระบี่ ประธานคณะกรรมการพัฒนาโรงพยาบาลกระบี่ ประธานมูลนิธินายศรีผ่องนางกี่ภูเก้าล้วน และผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัยจากการระบาดของโควิด 19 ภาคประชาชน จังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมจังหวัดกระบี่ ความมั่นคงทางด้านอาหาร FOOD SECURITY



ศูนย์ประสานงานฯ ประชุมร่วมเพื่อต่อยอดแก้ไขปัญหาความยากจน


ที่ศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัยจากการระบาดของโควิด-19 ภาคประชาชน จ.กระบี่ มูลนิธินายศรีผ่อง นางกี่ ภูเก้าล้วน นายชวน ภูเก้าล้วน ผอ.ศูนย์ฯ พระราชสุทธิวิมล เจ้าคณะจ.กระบี่ และคณะทำงานคลังสมอง จ.กระบี่ ร่วมประชุมเพื่อต่อยอดการแก้ไขปัญหาความยากจนหลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด19แล้ว นายชวน ภูเก้าล้วน ผอ.ศูนย์ฯ กล่าวถึงการทำงานของศูนย์ว่าหลังจากที่ได้รับบริจาคเงิน สิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค จากผู้มีจิตศรัทธาได้ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในทุกอำเภอ แต่ยังมีประชาชนส่วนหนึ่งยังไม่ได้รับการช่วยเหลือและมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐานหรือจปฐ. จึงได้ประสานงานกับ สน.พัฒนาชุมชน จ.กระบี่เพื่อแจกถุงยังชีพจำนวน 358 ชุด และพันธ์พืชผักสวนครัวทั้ง 8 อำเภอ ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางการสร้างอาชีพให้กับประชาชน นายชัยเลิศ ภิญโญรัตนโชติ รอง ผอ.ศูนย์ประสานงานฯภาคประชาชน กล่าวเพิ่มเติมว่าหลังจากสถานการณ์โรคโควิด-19 คลี่คลายจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับเปลี่ยนเป็นศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ยากไร้ พ้นจากความยากจนภาคประชาชน ทำหน้าที่ประสาน ส่งเสริม สร้างองค์ความรู้เชิงทฤษฎีใหม่ด้านกสิกรรมทั้งด้านประมง เลี้ยงสัตว์ การเกษตร เพื่อพัฒนาอาชีพสร้างฐานที่มั่นคงตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงให้กับประชาชน ต่อไป



ศูนย์ประสานงานฯ มอบสิ่งของ ให้ครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ.


ศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัยจากการระบาดของโควิด19ภาคประชาชนจังหวัดกระบี่ มูลนิธินายศรีผ่อง-นางกี่ ภูเก้าล้วนมอบสิ่งของ ให้ครอบครัวประชาชน ที่ มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ. ในพื้นที่ 7อำเภอ รวม358ชุด

เมื่อเช้าวันที่4พฤษภาคมนี้นายชวน ภูเก้าล้วน นายกสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่และ ผู้อำนวยการ ศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัยจากการระบาดของโควิด19ภาคประชาชนจังหวัดกระบี่ มูลนิธินายศรีผ่อง-นางกี่ ภูเก้าล้วนและคณะ ทำงานคลังสมองจังหวัดกระบี่ กรรมการ สภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ ร่วมประชุมกับนายสงัด พืชพันธุ์พัฒนาการจังหวัดกระบี่ และพัฒนากรทั้ง7อำเภอ รวมทั้งสมาคมสานพลังเครือข่ายพัฒนาสังคมสุขภาพจังหวัดกระบี่ เพื่อร่วมหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ ตลอดจน ผู้ที่สมควรสงเคราะห์ครัวเรือนยากจนตามเกณฑ์ ความจำเป็นขั้นพื้นฐานหรือ จปฐ.


ทั้งนี้นายชวน ภูเก้าล้วนผู้อำนวยการศูนย์และคณะได้มอบ สิ่งของอุปโภคบริโภค ขนมปัง นมแพะพาสเจอร์ไรซ์ รวมทั้งเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว 5 ชนิด รวมทั้งปุ๋ยไส้เดือนให้แก่ พัฒนากรอำเภอเมืองกระบี่ เขาพนม เหนือคลอง อ่าวลึก คลองท่อม ลำทับและอำเภอเกาะลันตา จำนวน358ชุดเพื่อนำไปมอบให้กับครอบครัวประชาชน ที่ มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ .ประจำปี 2562 จังหวัดกระบี่ ตลอดจนได้รับผลกระทบและตกสำรวจ ในระหว่างที่จังหวัดกระบี่ หน่วยงานราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรภาคเอกชนร่วมกันรณรงค์ เพื่อสกัดกั้น การแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกส่วนหนึ่งด้วย

พร้อมกันนี้ ที่ประชุม มีแนวความคิด ในการพิจารณาปรับปรุง หรือพัฒนาการจัดตั้งศูนย์ประสานงานภาคประชาชนจังหวัดกระบี่ 


ในปัจจุบัน ให้เป็นศูนย์ในอนาคต เมื่อปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 คลี่คคลายลง ที่สามารถ ติดต่อประสานงานหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้ง สมาคม กลุ่ม ชมรม หรือภาคประชาสังคมในพื้นที่หรือที่อื่น เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนให้มีความยั่งยืน เช่นนายชวน ภูเก้าล้วน มอบที่ดินประมาณ 400 ไร่ ที่หาดยาว อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ให้ครอบครัวละ 2 ไร่ เพื่อประกอบอาชีพด้านการเกษตร ทั้งการปลูกข้าว ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ บ่อปลา โดย เสียค่าเช่าเพียง 2 บาทต่อปีเท่านั้น เนื่องจากพิจารณาถึง ความสำคัญและมั่นคงทางด้านอาหาร และจังหวัดกระบี่ มีศักยภาพ เพียงพอ ในการผลิตอาหารรวมทั้งจะร่วมกับสมัชชาสุขภาพจังหวัดกระบี่ เพื่อนำมิติทางด้านสาธารณสุข มาประยุกต์ใช้ ให้เกิดผลดี เช่นสปาเพื่อสุขภาพ หรือศูนย์สุขภาพ คือ ผลักดัน ให้ จังหวัดกระบี่ เป็นHEALTH HUB OF ANDAMAN ด้วย